ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร



1. Warehouse Manager

ความรับผิดชอบ

  • - วางแผนการใช้พื้นที่จัดเก็บสินค้าสำเร็จรูป และบริหารงานสต๊อกสินค้าให้เป็นไปอย่างมีระบบ มีประสิทธิภาพ
  • - ควบคุมการดำเนินงานรับเข้า – เบิกจ่ายและจัดเก็บสินค้าภายในคลังสินให้มีความถูกต้องและเป็นระบบ รวมถึงแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับการจัดเก็บสินค้าสำเร็จรูป
  • - ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ในการรายงานปริมาณพื้นที่จัดเก็บคงเหลือ รวมถึงแจ้งเตือนในกรณีที่พื้นที่จัดเก็บไม่เพียงพอ
  • - กำกับการดูแลและบริหารงานจัดส่ง (Outsource) ทั้งในส่วนของการวางแผนการจัดส่ง การคัดเลือกบริษัทขนส่ง และการแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมถึงควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดส่งที่เกิดขึ้น
  • - ประเมินผลผู้รับเหมาขนส่ง พร้อมแนะนำการแก้ไข พัฒนา หรือนำข้อมูลไปพิจารณาการต่อสัญญา
  • - กำกับดูแล และแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้นในขณะปฏิบัติงาน
  • - ควบคุมและตรวจสอบการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชาให้มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามข้อกำหนดขององค์กร
  • - วางแผนและจัดทำงบประมาณประจำปีดูแล และควบคุมร้านค้า, สินค้า และพนักงานให้ได้ตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนดไว้

คุณสมบัติ

  • - ไม่จำกัดเพศ
  • - อายุระหว่าง 30 – 40 ปี
  • - วุฒิการศึกษาปริญญาตรี (สาขาLogistic หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง)
  • - ผ่านการบริหารคลังสินค้าจากธุรกิจ Retail Business (ธุรกิจค้าปลีก)ที่มีสาขามากกว่า 200 สาขา
  • - ประสบการณ์ทำงานด้านการบริหารงานคลังสินค้า และจัดส่ง (DC) จากธุรกิจ Retail Business (ธุรกิจค้าปลีก)ที่มีสาขามากกว่า 200 สาขาไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • - มีความรู้ทางด้านวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ และ ระบบการจัดเก็บ จัดส่งสินค้า (DC) จากธุรกิจ Retail Business (ธุรกิจค้าปลีก)ที่มีสาขามากกว่า 200 สาขา
  • - มีทักษะทางด้านการใช้โปรแกรมการบริหารจัดสต็อก

 

2. Area Manager

ความรับผิดชอบ

  • - กำกับดูแลการบริหารและควบคุมแนวทางการขายสินค้าและบริการ
  • - ประมาณการยอดขาย เพื่อนำมากำหนดเป้ายอดขาย รวมถึงแบ่งเป้าหมายการขายของแต่ละพื้นที่รับผิดชอบ ตลอดจนติดตามผลการขาย
  • - ควบคุมและติดตามความเคลื่อนไหวของตลาด วิเคราะห์ข้อมูลของตลาดและคู่แข่งขัน เพื่อพัฒนาและขยายฐานลูกค้า 
  • - กำกับดูแลการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย
  • - พัฒนาระบบการปฏิบัติการรวมถึงกระบวนการในการทำงานของหน้าร้านและสาขา
  • - ควบคุมดูแลภาพลักษณ์ การจัดตกแต่ง ของหน้าร้านและสาขา
  • - การบริหารบุคลากรในทีมงาน
  • - บริหารงบประมาณต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสาขา
  • - วางแผนป้องกันการสูญหายของสินค้าและความเสียหายอื่นๆ
  • - ตรวจสอบและควบคุมการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด
  • - สนับสนุนการทำงานรวมถึงให้คำปรึกษา และควบคุมการแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับทีมงาน
  • - ประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆในองค์กรรับผิดชอบยอดขายที่ได้รับมอบหมายให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามเป้าการขายที่องค์กรกำหนดไว้

คุณสมบัติ

  • - ไม่จำกัดเพศ
  • - อายุระหว่าง 25 – 35 ปี
  • - วุฒิการศึกษาปริญญาตรี สาขาการตลาด, ขาย, บริหารธุรกิจ (ค้าปลีก)
  • - มีประสบการณ์การทำงานด้านบริหาร การจัดการค้าปลีก (Retail) ไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี
  • - มีประสบการณ์การทำงานในระดับบริหาร และการจัดการมาไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี
  • - มีรถยนต์เป็นของตนเอง

 

3. เจ้าหน้าที่บัญชี

ความรับผิดชอบ

  • - จัดทำรายงานบัญชี และภาษีอากร บันทึกบัญชีด้านรับ และจ่ายในระบบคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปให้ถูกต้อง ตามมาตรฐานบัญชี และดำเนินการเสร็จทันตามเวลาที่กำหนด
  • - ตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้องของเอกสาร จำนวนเงิน และรายละเอียดการหักภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อลงบันทึกบัญชีได้อย่างถูกต้อง
  • - มีความรู้ความสามารถด้านการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางด้านบัญชี (Sage Accpac ) หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเป็น Admin ในการดูแลระบบโปรแกรมสำเร็จรูปทางด้านบัญชี และดึงรายงานจากโปรแกรมเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำเสนอผู้บริหารได้ 
  • - บันทึกบัญชี ตั้งหนี้ ปิดบัญชี และตรวจสอบบัญชี เพื่อนำเสนอต่อผู้มีอำนาจอนุมัติ
  • - ตรวจสอบ และจัดทำรายงานทางด้านการบันทึกบัญชีด้านรับ และจ่ายได้อย่างถูกต้อง เสนอต่อผู้มีอำนาจอนุมัติ
  • - ชี้แจ้ง ให้ข้อมูล หรือประสานงานกับบุคคลต่าง ๆ ทั้งภายใน และภายนอกหน่วยงานด้วยความเป็นมิตร
  • - เข้าร่วมกิจกรรมของบริษัทฯ ตามที่ได้รับมอบหมาย
  • - ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย

คุณสมบัติ

  • - เพศหญิง
  • - อายุระหว่าง 22 – 30 ปี
  • - วุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับ ปวช. – ปริญญาตรี (สาขาการบัญชีเท่านั้น)
  • - สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม Microsoft Office พื้นฐานได้ในระดับดี (โดยเฉพาะ Excel)
  • - มีความละเอียดรอบครอบ, มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี, มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงาน, มีความซื่อสัตย์
  • - มีประสบการณ์ด้านบัญชี-ภาษีจะพิจารณาเป็นพิเศษ

 

4. ผู้จัดการสาขา

ความรับผิดชอบ

  • - ดูแล และควบคุมร้านค้า, สินค้า และพนักงานให้ได้ตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนดไว้
  • - รับผิดชอบยอดขายที่ได้รับมอบหมายให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามเป้าการขายที่องค์กรกำหนดไว้
  • - ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
  • - ดำเนินการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือปัญหาที่เกิดขึ้นหน้างานในแต่ละวัน
  • - เข้าร่วมกิจกรรมของทางบริษัทตามที่ได้รับมอบหมาย
  • - ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของ Lotus

คุณสมบัติ

  • - ไม่จำกัดเพศ
  • - อายุระหว่าง 24 – 30 ปี
  • - วุฒิการศึกษาตั้งแต่ ม.6 – ปริญญาตรี
  • - มีประสบการณ์งานด้านผู้จัดการสาขาไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • - สามารถปฏิบัติงานตามเวลาเปิด - ปิดห้างได้ และปฎิบัติงานในวันเสาร์ – อาทิตย์ได้
  • - สามารถใช้ Computer ในงานขายได้
  • - สามารถหาผู้ค้ำประกันการทำงานได้

 

5. พนักงานสาขา

ความรับผิดชอบ

  • - ให้ข้อมูลและแนะนำสินค้า พร้อมนำเสนอขายให้กับลูกค้า
  • - สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าใหม่ รวมถึงดูแลและให้บริการลูกค้าเก่าเป็นอย่างดี
  • - รับผิดชอบยอดขายที่ได้รับมอบหมายให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามเป้าการขายที่องค์กรกำหนดไว้
  • - ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
  • - ดำเนินการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือปัญหาที่เกิดขึ้นหน้างานในแต่ละวัน
  • - ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของ Lotus

คุณสมบัติ

  • - ไม่จำกัดเพศ
  • - อายุระหว่าง 18 – 30 ปี
  • - วุฒิการศึกษาตั้งแต่ ม.3 – ปริญญาตรี
  • - มีทักษะ ความสามารถในการสื่อสาร และนำเสนอขายได้
  • - สามารถปฏิบัติงานตามเวลาเปิด - ปิดห้างได้ และปฎิบัติงานในวันเสาร์ – อาทิตย์ได้
  • - สามารถใช้ Computer ในงานขายได้
  • - สามารถหาผู้ค้ำประกันการทำงานได้
Super User

Super User

Donec ornare tincidunt pulvinar. In sit amet magna a libero ultricies sagittis consectetur at felis. Aliquam at sapien vel sem iaculis dignissim ut sed nibh. Duis egestas sollicitudin commodo. Pellentesque blandit ligula in lorem pretium bibendum. Quisque eros mi, pellentesque ut luctus sed, aliquet non libero. Curabitur nec iaculis est.

Website URL: http://www.zootemplate.com Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

แปลและเรียบเรียงโดย Aye, Ms. You.
ที่มา screenrant.com

 

[UPDATE] ภาพใหม่มาแล้ว! อีกลุคของ มิลล่า โจโววิช กับบทบาท  'อลิซ' เวอร์ชั่นชราภาพ ในปัจฉิมบทการต่อสู้สุดท้าย Resident Evil: The Final Chapter หนังวางคิวฉาย 2 ก.พ. 2017

 

 

นอกจากนี้ หนังภาคสุดท้ายยังได้รับการยืนยัน 100% แล้วว่า แอลิ ลาร์เทอร์ นักแสดงสาวอเมริกัน ผู้รับบท แคลร์ เรดฟิลด์ จะหวนคืนจอเงินอีกครั้ง ควงคู่ มิลล่า โจโววิช กับบทบาทสาวนักล่าผีสุดเท่อย่าง อลิซ เพื่อปิดฉากตำนานแฟรนไชส์ผีชีวะอย่างเป็นทางการใน Resident Evil : The Final Chapter กำกับและเขียนบทโดย Paul W.S. Anderson มือเขียนบทที่รังสรรค์เรื่องราวมาตลอดทั้งแฟรนไชส์ และเป็นผู้กำกับในภาคแรก ภาคที่สี่ และภาคที่ห้าด้วย  

สำหรับเรื่องราวใน Resident Evil : The Final Chapter นั้นจะโฟกัสไปที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ชุดสุดท้ายที่เหลือรอดเพื่อต่อสู้กับ Red Queen สานต่อปมประเด็นอันตื่นเต้นที่ทิ้งไว้ในภาคที่แล้วอย่าง Resident Evil: Retribution โดยการถ่ายทำนั้นได้เริ่มขึ้นแล้วด้วยที่แอฟริกาใต้ โดยมิลล่า นักแสดงนำของแฟรนไชส์ยังเคยโพสต์รูปบ่งบอกถึงการเริ่มต้นการถ่ายทำด้วย

 


รูปภาพที่โพสต์โดย Milla Jovovich (@millajovovich) เมื่อ ก.ค. 15, 2015 เวลา 12:10pm PDT

 

 สำหรับสาเหตุที่โปรเจกต์ถูกเลื่อนนั้น ก็เพราะตัวผกก.และมือเขียนบท Paul W.S. Anderson ใช้เวลาเกินกว่าที่คาดไว้ในการเขียนบท (เพื่อหาจุดจบที่ดีที่สุดให้กับแฟรนไชส์ด้วย) ประกอบกับนักแสดงนำอย่าง มิลล่า เองก็ตั้งครรภ์ด้วย หนังจึงถูกเลื่อนไปฉายเดือนกันยายน ปี 2016 แทนจากที่เคยวางไว้ว่าจะฉายเดือนกันยายนปี 2014 นั่นเอง

นอกจาก แอลิ ลาร์เทอร์ และ มิล่า โจโววิช ที่จะกลับมาบู๊ล้างผีชีวะกันเป็นครั้งสุดท้ายนั้น หนังยังรอลุ้นให้ หลี่ปิงปิง กลับมาหวนคืนบท เอด้า หว่อง ในภาคสุดท้าย ทว่ายังไม่มีการคอนเฟิร์มใดๆทั้งสิ้น ทำให้บรรดาแฟนๆต่างก็ได้แต่ลุ้นว่าจะมีตัวละครตัวไหนกลับมาแสดงในภาคสุดท้ายนี้กันบ้างด้วย ส่วนใครที่เป็นแฟนของ แอลิ ลาร์เทอร์ ไม่ต้องรอนาน เพราะเธอยังคงมีผลงานออกมาเรื่อยๆ โดยล่าสุด เธอจะแสดงนำในภาพยนตร์ไซไฟสยองขวัญชั้นดีอย่าง The Diabolical ที่จะเข้าฉายในวันที่ 12 ส.ค.นี้ด้วย!

 


- Resident Evil : The After Life -
cr. imdb

5 ข้อไม่ลับของหนังสายลับรุ่นเก๋า 007
ก่อนลุยแอ็คชั่นไปพร้อมกันใน Spectre

 

 

 

1.หนังทุนสร้างสูงที่สุดอันดับ 2 ของโลก 

หลังจากประสบความสำเร็จในแง่รายได้ของภาพยนตร์ชุดสายลับ 007 Skyfall ส่งผลให้ Sony อนุมัติงบสร้างหนังบอนด์ภาคใหม่  Spectre  ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าใช้เงินมากถึง 300 - 350 ล้านดอลล่าร์สหรัฐเลยทีเดียว ซึ่งภาคที่เคยใช้ทุนสร้างมากที่สุดคือ Quatum of salace ที่เคยใช้เงินไปราว 250 ล้านเหรียญฯ แต่ก็สามารถทำรายได้จนคุ้มทุน โดย Spectre ถูกจัดให้เป็นหนังที่ใช้ทุนสร้างสูงสุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ เป็นรองแค่ Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides ที่เคยใช้เงินทุ่มการสร้างกว่า 378 ล้านดอลล่าร์ 

2. เพลงธีมแบบเก๋าก็มา เพลงนำภาพยนตร์ ร้องโดย แซม สมิธ 

Spectre แม้จะเป็นหนังสายลับภาคใหม่แต่ยังคงความเก๋าด้วยเพลงธีมรุ่นเก๋าอย่าง มอนตี้ นอร์แมน  ที่ใช้มาตั้งแต่ภาคแรก Dr.No ซึ่งนอร์แมนเป็นเจ้าพ่อเพลง Fanfare และถนัดการใช้เครื่องเป่าสร้างความลุ้นระทึกให้กับบทเพลง โดยเพลงนี้จะเข้ามาเป็นส่วนประกอบในภาพยนตร์ แต่สำหรับเพลงนำหลักของภาคนี้คือ Writing's On The Wall  ร้องโดย Sam Smith โดยหลังจากเพลงมีการเผยแพร่บนยูทูปในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก็มีคนเข้ามาฟังกว่า 22ล้านวิวแล้ว ถือได้ว่าเป็นเพลง Bond ที่คาดว่าจะประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นหลังจากที่ภาค skyfall เคยสร้างปรากฎการณ์บนเวทีออสก้าร์มาแล้ว 

 

 

 

3.แดเนียล เคร็ก หล่อไม่สร้างอายุ 47 กับผลงานลำดับที่ 44 

แดเนียล เคร็ก กลับมารับบทบาทอีกครั้ง ถือเป็นการเล่น เจมส์ บอนด์ ครั้งที่ 4 และเป็นเจมส์ บอนด์ คนที่ 6 ซึ่งในปี 2015 นี้เขามีอายุ 47 ปี และ Spectre เป็นผลงานลำดับที่ 44 ในชีวิตการแสดงของเขา  ไม่เพียงเท่านั้น เคร็กยังเป็นนักแสดงบอนด์ ที่ค่าตัวสูงที่สุดในบรรดาสายลับทั้ง 5 คนที่ผ่านมา ซึ่งใน Skyfall เขาฟันค่าตัวกระจายไปถึง 535 ล้านบาท
 

 

 

4.การกลับมาของ Spectre

แม้ก่อนหน้านี้ ชื่อขององค์กรวายร้าย Spectre (Special Executive for Counter-intelligence, Terrorism, Revenge and Extortion)จะเคยผ่านหูมาแล้วบ้างในหนังสายลับ 007 ภาคก่อนๆ โดยครั้งนี้จะเป็นการเผยโฉมให้เห็นเบื้องหลังขององค์กรอีกครั้งในรอบ 44 ปี ซึ่งภาคที่ Spectre เคยมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ของหนังคือ ภาคแรกสุด Dr.No, Diamond are forever,For your eyes only,Never say never again โดย Spectre ยังถือว่าเป็นอีกองค์กรวายร้ายที่เกิดจากปลายปากกาของ เอียน เฟลมมิ่ง เจ้าของบทประพันธ์ดั้งเดิมของ 007 

5.รถคู่ใจ เจมส์ บอนด์ 

ในหนังสายลับหลายเรื่อง รถหรูเป็นพาหนะคู่ใจที่เข้ามาเป็นตัวเสริมความมันส์ อีกนัยก็คือโฆษณาแฝงในภาพยนตร์ด้วย ซึ่งสำหรับเจมส์ บอนด์ ภาคใหม่นี้ รถคู่ใจของสายลับคือ แอสตัน มาติน ดีบี10 ซึ่งเป็นรถต้นแบบที่ผลิตออกมาแค่สิบคันเพื่อใช้ในภาค Spectre เท่านั้น ราคาของรถรุ่นนี้ก็ไม่แพงแค่ 1 ล้านปอนด์เอง 

 

 

 

ที่มา : http://www.majorcineplex.com/news/5-secret-007

แปลและเรียบเรียงโดย Aye, Ms. You.
ที่มา The Hollywood Reporter

 


เพย์ตั้น รี้ด
cr. Vianney Le Caer/Invision/AP

 

หลังจากประกาศอย่างเป็นทางการว่า Ant-Man ได้ไฟเขียวสร้างภาคต่อชัวร์ ล่าสุด Marvel Studios ก็กำลังเจรจากับ เพย์ตั้น รีด ผู้กำกับ Ant-Man ภาคแรกให้กลับมาสานต่อการผจญภัยสุดมันส์และกวนสุดติ่งใน Ant-Man and the Wasp นั่นเอง ซึ่งนี่ถือว่าเป็นก้าวแรกในการเจรจาหาตัวทีมงานของ Marvel หลังจากการประกาศรายชื่อหนังที่จะสร้างเพิ่มเติมเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย

Ant-Man ภาคแรกที่กำกับโดย เพย์ตั้น รี้ด นั้นใช้ทุนสร้าง 130 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่สามารถกวาดรายได้ไปถึง 179 ล้านเหรียญเฉพาะภายในประเทศและกลายเป็น 1 ใน 10 หนังยอดฮิตแห่งปี พร้อมกับกวาดรายได้จากตลาดทั่วโลกโดยเฉพาะในประเทศจีนไปถึง 314 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมรายได้ทั้งสิ้น 493 ล้านเหรีญสหรัฐนั่นเอง ด้วยคะแนนความนิยมที่กวาดไปอย่างล้มหลามและรายได้ที่งามอย่างมากบนบ็อกซ์ออฟฟิศเช่นนี้ ทำให้ Ant-Man สามารถเข็นภาคต่อออกมาโลดแล่นในจักรวาลมาร์เวลเฟส 3 ได้สำเร็จ แม้ว่าในตอนแรกนั้น Ant-Man จะไม่ถูกวางให้มีหนังแยกอยู่ในเฟส 3 ของจักรวาลเลยก็ตาม (รายได้อ้างอิงจาก Boxofficemojo.com)   

แม้จะมีข่าวคืบหน้าเรื่องผู้กำกับแล้ว แต่ Ant-Man and the Wasp ก็ยังไม่มีทีมเขียนบทแต่อย่างใด เพราะทั้ง เอ็ดกาห์ ไรท์ และ โจ คอร์นิช ที่เป็นคนเขียนบทภาคแรกนั้นจะไม่กลับมาสานต่อการผจญภัยครั้งใหม่แน่นอน

Ant-Man and the Wasp มีแผนเข้าฉาย 6 ก.ค. 2018   

 

แน็ก เผยถึง โลเคชั่นสุดหลอน
ในกองถ่ายภาพยนตร์ผี-ระทึกขวัญ อาปัติ 

 

บทสัมภาษณ์ “แน็ก-ชาลี ปอทเจส” 
พลืกบทบาทสุดขั้วในภาพยนตร์ผี-ระทึกขวัญ
เรื่อง “อาปัติ”

Q : โลเกชั่นในหนัง บรรยากาศหลอนเข้ากับหนังได้ดี
A : ถ้าให้พูดถึงสถานที่ถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ที่วัดนาบุญ นครนายก จริงๆ พี่เค้าจะไปหาโลฯที่อื่น แต่ว่าบังเอิญขับรถเข้ามาในนี้ แล้วก็เจอวัดนี้มีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นป่า เป็นวัด เป็นหมู่บ้านเล็กๆ เก่าๆ ผมชอบมากสถานที่ที่ถ่าย อาจจะมองน่ากลัวเพราะมันเป็นต้นตะเคียนใหญ่ โอบเต็มไปหมด แต่ผมชอบ อยากได้ อยากได้ที่อย่างนี้ กุฏิที่เห็นนี่เค้าก็เพิ่งเสร้างเลย วันแรกที่มาก็ยังสร้างไม่เสร็จเลย ที่นอนสบายสุด ที่นอนข้างที่วางศพ มันเป็นห้องโถงที่เค้าสวดศพ ผมต้องไปนอนตรงนั้น ผมรู้สึกว่าสบายสุดแล้ว พัดลมมันจ่อใกล้ๆ สำหรับผมมาถ่ายเรื่องนี้รู้ว่าต้องเหนื่อยมาก แต่พอมาถึงกลายเป็นสบายที่สุดไม่เหนื่อย ไม่อะไรเลย ถ่าย 6 โมงเช้าจริงๆ เค้าทำงานละเอียดมาก เหมือนถ่ายฉากนี้ก็แบบหลายชั่วโมงอยู่ ละเอียดมาก เลยทำให้มีเวลาพักเยอะหน่อย แล้วผมก็วิ่งไปนอนตลอดเลย (หัวเราะ)

Q : ในเรื่องเณรซันจะชอบปลีกวิเวกมาก 
A: ใช่ฮะ มันเบื่อแล้วก็หลบไปทำผิดตลอดทั้งสูบบุหรี่ คุยกับหญิงอะไรแบบนี้ นอกจากฉากในกุฏิแล้วก็มีฉากใต้ต้นไม้รูปตัววายที่มันเป็นที่ที่เณรซันจะไปนั่งพัก สบายใจด้วย ฉากนี้ไปถ่ายทำกันที่จังหวัดโคราช ทางปากช่อง อากาศร้อนมาก ผมเดาถูกเลย ไปถึงโลเคชั่น ปุ๊บ โห...ไม่มีต้นไม้เลย แล้วต้นไม้ที่ใช้ถ่ายมันไม่มีใบ มันเป็นต้นโล่งๆ  บริเวณนั้นมันเป็นทุ่งนา แล้วก็ไม่มีที่หลบร้อน มีรถห้องน้ำอย่างเดียว ร้อน แต่ต้นไม้ใหญ่และสวยมาก เรื่องลำบากมากอีกเรื่องหนึ่ง ตัวจริงผมเห็นเป็นงี้นะ แต่ไม่มีใครเชื่อเลย ผมเป็นเด็กไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า ไม่เที่ยวกลางคืนตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว แล้วในเรื่องนี้ต้องมีสูบบุหรี่ด้วย แสบคอไปหมด แล้วในเรื่องนี้ได้ทำผิดแทบทุกอย่าง หนักใจมั้ย  ไม่หนักใจ แต่แค่ตอนแรกพี่เค้าบอกว่าสูบไม่เหมือน เราก็ลองพยายามไป สุดท้ายก็เหมือน แต่ไม่ติดใจอะไรนะฮะ (หัวเราะ) มันแสบคอไปหมดมากกว่า

Q :  เสน่ห์ความน่าสนใจและความโดดเด่นโดยรวมของหนังเรื่องนี้
A:  เสน่ห์ของหนังเรื่อง “อาปัติ” ผมว่าคนกล้าทำหนังแนวนี้น้อย เพราะเสี่ยง ถ่ายไปก็แบบ เออ...จะได้ฉายมั้ยนะ เอาจริงๆ ไม่ได้มีอะไรที่แรงเกิน ทุกอย่างมันจบด้วยการสอนที่ดี น่าจะสนุกนะ เป็นหนังพระ มีผี มีเรื่องราวอะไรแปลกๆ ในวัด มีทุกอย่าง เป็นหนังที่เราตั้งใจทำ อยากให้มันประสบความสำเร็จ อยากให้คนเปิดใจมาดูภาพยนตร์เรื่องนี้นะ จริงๆ คนทำงานเหนื่อยมาก 

อยากให้เห็นพี่ๆ น้องๆ ทีมงานเหนื่อยกว่าผมเยอะเลย อยากให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จจริงๆ แล้วก็ให้คนเปิดใจดูกัน เพราะว่าผมและนักแสดงทุกคนตั้งใจกันแบบสุดๆ และเก่งมากๆ รับรองว่าสนุกแน่นอน มีหลายอย่างเลยไม่ว่าจะเป็นน่ากลัว มีอะไรให้ลุ้น หักมุมเยอะแยะมากมาย ก็อยากฝากภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผมเรื่องนี้ด้วยครับ

 

 

ขอบคุณที่มา : http://www.majorcineplex.com/news/location-arbut

 

 

เช็คฟีดแบคจากโลกโซเชียล
เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ นี่สิหนังGTHของจริง !!

 

 

 

เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ ผลงานล่าสุดของหมู ชยนพ ผู้กำกับจากภาพยนตร์วัยรุ่นซักซี๊ด ห่วยขั้นเทพ ที่เคยสร้างปรากฎการณ์ทุ้มในใจมาแล้ว กลับมาคราวนี้ถือได้ว่าขนงานคุณภาพสไตล์ฟีลกู๊ดแบบ GTH มาพร้อมถล่มโรงหนังอีกครั้ง ซึ่งหลังจากรอบพรีวิวกระแสตอบรับของเมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ ถือว่าผิดคาดมาก จากที่หน้าหนังหลายคนยังรู้สึกเฉยๆ แต่พอหนังจบเสียงชื่นชมเกรียวกราว เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ขอรวบรวมฟีดแบคจากโลกโซเชียลว่าเขามีการพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างไรบ้าง 

 

 

พบกับความสดใสของเหล่าวัยรุ่น ที่จะมา ซ่าส์ ฮา เกรียน ถ่ายทอดชีวิตวัยกระโปรงบาน ขาสั้น 
ใน เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ

 

ขอบคุณที่มา : http://www.majorcineplex.com/news/maywho-feedback

 

แน็ต วูล์ฟ เจรจาขั้นสุดท้าย รับบท ไลท์
ใน Death Note ฉบับอเมริกา 

 

 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ นำเสอนข่าวคราวเกี่ยวกับภาคต่อของภาพยนตร์ญี่ปุ่น เดธ โน้ต ซึ่งทางญี่ปุ่นกำลังเตรียมสานต่อไลฟ์แอ็คชั่นที่สร้างจากมังงะชื่อดัง โดยมีคิวฉายในปี 2016 และได้มีการปล่อยคลิปตัวอย่างออกมาแล้วนั้น 

ล่าสุดทางฝั่งของฮอลลีวู้ด เว็บไซต์ variety.com ได้รายงานว่า แน็ต วูล์ฟ นักแสดงจาก The Fault in Your Stars และ Paper Towns  ผลงานหนังวัยรุ่นอันเลื่องชื่อ กำลังอยู่ในระหว่างเจรจารับบทขั้นสุดท้ายของ Death Note ฉบับฮอลลีวู้ด คาดว่าบทที่เขาจะรับเล่นอาจจะเป็น ไลท์ ยางามิ หรือ คิระ ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนม.ปลาย ผู้เบื่อหน่ายโลกและเก็บสมุดมรณะได้ ซึ่งคิระตั้งใจจะเอาสมุดดังกล่าวไว้กำจัดคนชั่วเพื่อสร้างความยุติธรรมและความน่าอยู่ให้กับโลก ตามความคิดตัวเอง ทั้งนี้ Death Note ฉบับฮอลลีวู้ด อำนวยการสร้างโดย วอร์เนอร์ บราเธอร์ส และได้ เจเรมี สเลเตอร์ จาก Fantastic Four มาร่วมดัดแปลงบทภาพยนตร์ให้ดูเป็นฮอลลีวู้ดมากยิ่งขึ้นและได้ อดัม วินการ์ด มานั่งแทนผู้กำกับ เตรียมเปิดกล้องเดินหน้าถ่ายทำในต้นปีหน้า 

 

 

ขอบคุณที่มา : http://www.majorcineplex.com/news/cast-death-note

 

 

ยิ่งฉาย กระแสความเยี่ยมยิ่งแรง "SICARIO" หนังที่คนรักหนังต่างยกนิ้วให้ถ้วนหน้า!

 

ที่นี่ 'นักฆ่า' เรียกมันว่า 'สวรรค์' ... ที่นี่ 'ความถูกต้อง' มีน้อยกว่า 'จำนวนศพ' ... กล้าพอไหมที่จะไปเหยียบดินแดนแห่งนี้ใน "SICARIO ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด" เรียกได้ว่านี่คือภาพยนตร์ที่มาแรงที่สุดในเวลานี้ เพราะนอกจากจะสร้างสถิติใหม่เป็น ภาพยนตร์ที่สามารถทำรายได้เปิดตัวฉายแบบจำกัดโรงสูงสุดแห่งปี 2015 แล้ว ... SICARIO ยังกลายเป็นผลงานสุดฮือฮาของเหล่ากูรูหนังเมืองไทย

ซึ่งผลตอบรับจากการฉายในรอบสกรีนนิ่งพิเศษทั้ง 2 รอบนั้น เหล่านักวิจารณ์ สื่อมวลชน และเพจหนังชื่อดังจากโลกโซเชียลต่างก็ชื่นชม เทใจ และยกให้ " SICARIO  คือหนังที่สมบูรณ์แบบ รวมทั้งไม่ควรพลาดชมปฏิบัติการระทึกถึงคุณภาพด้วยประการทั้งปวง!" จากกระแสตอบรับที่ดีอย่างล้นหลาม พร้อมขึ้นแท่นเป็น ตัวเต็งภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2015

... ถึงเวลาแล้วที่แฟนหนังเมืองไทยจะมีโอกาสเป็นผู้ชมกลุ่มแรกๆ ได้ชมภาพยนตร์แอคชั่น-ทริลเลอร์ระดับ A+ เรื่องนี้ก่อนใคร ร่วมลุ้นระทึกไปกับปฏิบัติการอันตรายจนแทบหยุดหายใจตื่นเต้นไปพร้อมกันใน "SICARIO (ซิคาริโอ) ทีมพิฆาตทะลุแดนเดือด” : เปิดฉายรอบพิเศษแล้ววันนี้ รอบเวลา 2 ทุ่มเป็นต้นไป (ฉายจริง 8 ตุลาคมนี้)

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่มา : http://www.majorcineplex.com/news/sicario-preview

ชีวิตบนดาวอังคาร...วัทนีย์ ทำยังไงให้อยู่รอดนานกว่า9เดือน
แดนโหดใน THE MARTIAN 

 

 

 

                ดาวอังคารเป็นสถานที่ซึ่งไม่ต้อนรับใคร ระดับอุณหภูมิที่มีขอบเขตกว้างจาก -153C ถึงราวๆ 22Cในช่วงหน้าร้อน ทำให้การเลือกเสื้อผ้าเป็นเรื่องยากทีเดียว(ถึงใส่เสื้อซ้อนกันหลายชั้นก็คงไม่ช่วยอะไรสักเท่าไหร่)การหายใจยิ่งเป็นปัญหาหนักเข้าไปใหญ่ อากาศมีคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ 95 เปอร์เซ็นต์ ดินขาดแบคทีเรียที่จำเป็นต่อการปลูกพืชผล มีน้ำแต่ว่าอยู่ในรูปน้ำแข็งเท่านั้น แม้กระทั่งสีออกแดงของดาวดวงนี้ก็ยังเป็นป้ายคำเตือนว่า ที่นี่ไม่มีอะไรให้คุณหรอกนะนอกจากความตายเพราะขาดอากาศหายใจและภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ แต่มนุษย์ไม่เคยหยุดยั้งการเดินทางไปยังสถานที่ซึ่งไม่ต้องการเรา เราก็เลยไปดาวอังคารกัน

การสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยจำลอง (แฮ็บ) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสำรวจดาวอังคารของมนุษย์ ใน THE MARTIAN องค์การNASA/JPL ใช้เวลาสี่ปีส่งยานที่ไม่มีมนุษย์ไปทิ้งชิ้นส่วนสำเร็จรูปเพื่อประกอบเป็นแฮ็บขึ้นมา รวมถึงสัมภาระต่างๆ ทั้งอาหารและเครื่องมืออุปกรณ์ ลูกเรือAres IIIจะได้มาพบสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างคอมพิวเตอร์ อาหารเย็นสำหรับวันขอบคุณพระเจ้า และรถเอทีวีสุดเท่ที่มีชื่อว่าโรเวอร์ นอกจากนี้ยานพาหนะที่เรียกว่า Mars Ascent Vehicle (MAV) ก็เตรียมพร้อมที่จะนำพวกเขากลับไปยังHermesเมื่อภารกิจนาน 31 โซลสิ้นสุดลง

 

 

               ภายในแฮ็บมีบริเวณที่ใช้นอน พื้นที่ทำงานร่วมกัน ประตูแอร์ล็อคปรับความดันสำหรับการเข้าออก และพื้นที่เก็บอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด รวมถึงอุปกรณ์เพื่อการดำรงชีพ เช่น เครื่องผลิตอ็อกซิเจน เครื่องควบคุมบรรยากาศ และเครื่องบำบัดน้ำเพื่อนำกลับมาใช้ มีอาหารเผื่อเอาไว้ให้นักบินอวกาศหกคนอยู่ได้ 68โซล เมื่อมีแค่วัทนีย์อยู่คนเดียว อาหารส่วนนี้จึงกินได้นาน 400โซลเพียงพอที่จะต่อเวลาออกไปได้ แต่ไม่น่าพอให้รอดไปถึงเวลาที่ทีมช่วยเหลือจะเดินทางมาถึง

วัทนีย์ซึ่งเป็นนักพฤกษศาสตร์มีมันฝรั่งสองสามหัวอยู่ในแฮ็บและคิดหาทางสร้างแบคทีเรียที่จำเป็นเพื่อให้ดินบนดาวอังคารอุดมสมบูรณ์พอสำหรับการปลูกมันฝรั่งเพิ่ม มันฝรั่งธรรมดาๆ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยช่วยให้อารยธรรมรอดจากภาวะอดอยากมาได้ จะต้องมารับบทบาทช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์อีกครั้งในดาวอีกดวงหนึ่ง แก้ไปได้หนึ่งปัญหา

 เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกันไปเลยว่าขยะขององค์กรหนึ่งอาจกลายเป็นสมบัติล้ำค่าของมนุษย์อีกคนก็ได้ วัทนีย์ใช้รถโรเวอร์ออกไปตามหายานPathfinderที่เลิกใช้งานแล้วและส่งสัญญาณเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1997 เขาใช้กล้องของยานนี้ผลิตอุปกรณ์เพื่อใช้สื่อสารกับNASAและ JPL ปัญหาข้อที่สองแก้ได้แล้ว และเขายังคิดหาวิธีผลิตอ็อกซิเจนเพิ่มได้อีกด้วย นั่นทำให้ดนตรีดิสโก้ของลูอิสกลายเป็นปัญหาใหญ่ประการเดียวที่เหลืออยู่ ทุกอย่างกำลังไปได้สวย วัทนีย์มีที่พักซึ่งได้รับการปรับความดันและมีอ็อกซิเจน มีอาหารและวิธีผลิตอาหารเพิ่ม มีน้ำและมีความรู้ที่จะผลิตน้ำเพิ่ม เขาติดต่อสื่อสารกับ NASA ได้แล้ว โดยเขาทั้งพูดตลกและสบถสาบานเมื่อไม่เห็นด้วยกับคำสั่งขององค์กร

 

 

  ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด โอกาสที่เขาจะอยู่รอดเพิ่มสูงขึ้นมากนับตั้งแต่เขาดึงชิ้นส่วนเสาอากาศออกมาจากช่องท้องแต่กฎของเมอร์ฟียังคงใช้ได้อยู่เสมอและบางสิ่งก็เกิดผิดพลาดขึ้นจริงๆเหตุการณ์อันน่าหวาดกลัวได้ทำลายผลงานที่วัทนีย์ทุ่มเทมารวมถึงการมองโลกในแง่ดีของเขาด้วย ถึงตอนนี้เวลาก็คืบเข้ามาแล้ว และกำหนดเวลาการส่งทีมช่วยเหลือของ NASA ก็พังทลายไม่มีชิ้นดี

 

ความเร่งด่วนถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกถึงหายนะที่คืบเข้ามาใกล้งานนี้กลายเป็นปฏิบัติการที่ต้องทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมงชายผู้ตกอยู่ในอันตราย คนทั่วโลกต่างจับจ้องเหตุการณ์อันชวนระทึก โดยมีเพียงนักวิทยาศาสตร์และนักบินอวกาศเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ต้องรับภาระในการตัดสินใจซึ่งอาจช่วยชีวิตเขาได้

 

ขอบคุณที่มา : http://www.majorcineplex.com/news/life-the-martian-

 

คิดว่าไง? ฮิวจ์ แจ็คแมน เผยก่อนปิดตำนานกรงเล็บพิฆาต
 อยากให้ทอม ฮาร์ดี้ สานต่อบท Wolverine

 

 

 

หลังจากก่อนหน้านี้ ฮิวจ์ แจ็คแมน ได้ออกมาประกาศว่าจะยุติบทบาทของ Wolverine โดยเขาจะโผล่มาร่วมแจมใน X-Men และหนังแยก Wolverine  3 ครั้งสุดท้ายแน่นอน  
 โดยล่าสุดยูทูปแชนแนลของเอ็มทีวีอินเตอร์เนชั่นแนล ได้โพสต์คลิปโปรโมทสัมภาษณ์นักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง PAN ซึ่งมีป๋าฮิวจ์ร่วมเล่นอยู่ด้วย พร้อมกับได้ถามคำถามว่าให้เขาช่วยออกความเห็นหน่อยว่าจะให้ใครมารับบทแทนใน Wolverine 

 

 

ซึ่งป๋าฮิวจ์ได้ตอบคำถามนี้ไปว่า เรื่องนี้เขายังไม่ได้คิดถึงมันอย่างจริงจังแม้จะมีคนถามมาเยอก็ตามและเขาก็ไม่อยากให้สตูดิโอหาคนมาแทนที่เขาง่ายๆ เพราะยังเหลืออีกหนึ่งภาคที่เขาต้องเล่น ซึ่งเขาเองก็มั่นใจว่าขณะนี้คงกำลังมีการทาบทามนักแสดงใหม่อยู่แล้ว โดยฮิวจ์คิดว่าคนที่จะมารับบทวูล์ฟเวอรีนในเวอร์ชั่นใหม่ที่หนุ่มกว่า เขาคงเลือกทอม ฮาร์ดี้ และมองว่าทอมจะเป็นวูลฟ์เวอรีนที่ยอดเยี่ยมมาก  

ทั้งนี้ ทอม ฮาร์ดี้ มีผลงานการแสดงที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะในเรื่อง Mad Max Fury Road ที่สร้างการยอมรับทั่วโลกว่าเป็หนนังแอ็คชั่นที่สุดยอดและงดงามมากที่สุด ส่งผลให้ทอมไปยืนอยู่แถวหน้าของนักแสดงที่โลกจับตามองเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ยังไม่เป็นที่สรุปแน่ชัดและการตอบคำถามของฮิวจ์ ก็เป็นเพียงทัศนคติส่วนตัว ซึ่งเราก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า ทางค่าย FOX จะเลือกใครให้มารับบทระดับตำนานนี้ 

 

 

 

ขอขอบคุณที่มา : http://www.majorcineplex.com/news/tom-wolverine

 

 

เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ เป็นผู้กำกับที่คนดูหนังนอกกระแส หรือ อินดี้ รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่มีผลงานโดดเด่นและมีความเป็นตัวเองสูง ซึ่งงานส่วนใหญ่ของเต๋อ จะมีวิธีการเล่าเรื่องในแบบฉบับของเขาเองและโทนเรื่องราบเรียบแต่เต็มไปด้วยเรื่องราวระหว่างทางมากมายให้ขบคิดทิ้งสเปซให้คนดูได้มองหา ปล่อยอารมณ์ ตีความเองเหมือนคำถามปลายเปิด แม้ว่า เต๋อนวพล จะเคยเขียนบทภาพยนตร์ร่วมกับ GTH มาหลายเรื่องและส่วนใหญ่ค่อนข้างประสบความสำเร็จ แต่สำหรับการกำกับหนังใหม่กับค่ายใหญ่GTH ที่ถือว่าเป็นเบอร์ใหญ่อันดับต้นของวงการภาพยนตร์ไทยและมีฐานแฟนหนังค่อนข้างมาก เราจึงแทบจะคิดไม่ออกเลยว่า สมการ หนังอินดี้ + ค่ายหนังแมสอย่าง GTH = ? จะออกมาเป็นอย่างไรและ เต๋อ นวพล จะเปลี่ยนหนังอินดี้ให้มาเป็นหนังแมส (หนังทั่วไปตามกระแสนิยม)หรือทำหนังอย่างไรไม่ให้เสียความเป็นตัวเอง  

 

เรื่องราวของ ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ เกี่ยวกับชีวิตของยุ่น  (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ )ฟรีแลนซ์สุดยุ่งที่ตารางเวลาแน่นเอี๊ยด เขาใช้ชีวิตเพื่องาน เพื่องานและเพื่องาน ซึ่งเขามองว่ามันเป็นสิ่งที่สร้างบันเทิงเพียงอย่างเดียวให้กับชีวิต จนกระทั่งเขาพบว่าร่างกายกำลังผิดปกติ เพราะมีผื่นสุดคันขึ้นตามผิวหนัง มันกลายมาเป็นอุปสรรคการทำงานกราฟฟิคดีไซน์ของเขา จนกระทั่งยุ่นตัดสินใจไปหาหมอในโรงพยาบาลรัฐบาล ที่นั่นเขาได้พบกับหมออิม (ใหม่ ดาวิกา) ที่วินิจฉัยโรค จ่ายยาให้เขาและบอกให้ยุ่นเปลี่ยนวิถีชีวิตและหันมาดูแลสุขภาพ แต่วิธีดังกล่าวช่างตรงกันข้ามกับอาชีพฟรีแลนซ์ของเขาเหลือเกิน มันเลยเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก ในขณะที่ยุ่น เริ่มจะหลงรักหมออิมทีละน้อยๆ ซึ่งมันก็มาพร้อมกับมาตรฐานในการทำงานของเขาที่เคยสูงสุดค่อยๆลดต่ำลงเรื่อยๆ 

หากมองในแง่บทภาพยนตร์ แค่เรื่องย่อสั้นๆ อาจจะมองว่าเรื่องนี้เป็นเพียงความรักของคนไข้ที่เป็นฟรีแลนซ์กับหมอ แค่นั้นจบ...แต่ความจริงแล้ว  ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ มีอะไรเยอะกว่านั้น หนังตีกระทบวงการฟรีแลนซ์ ตบหน้าได้อย่างเจ็บแสบไม่ว่าจะเป็น นายจ้างที่เขี้ยวกับงานจะเอารายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว บรีฟไม่ตรงกับสิ่งที่ได้ และงานเร่งงานด่วน ส่วนในแง่มุมของฟรีแลนซ์เองก็เป็นผู้ที่ต้องคอยแก้งาน รักษามาตรฐานและไขว่คว้าให้ได้งานที่จะเป็นบันไดก้าวต่องานชิ้นต่อไป จนบางคนกลายเป็นว่าโหมงานหนักจนลืมร่างกายและลืมไปว่า ทำไปเพื่ออะไร ???

ไม่เพียงเท่านั้นในอีกมุมหนึ่งยังเล่าให้เห็นภาพของมุมเล็กๆในห้องตรวจโรคของโรงพยาบาลให้เราได้เห็นความจริงถึงสวัสดิการด้านการรักษาสุขภาพขั้นพื้นฐานของคนไทยว่าเป็นอย่างไรบ้าง?? ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องในโรงพยาบาลที่ต่างจากหนังเรื่องอื่นที่มักจะใช้ภาพของโรงพยาบาลเอกชนหรูๆเพียงอย่างเดียว 

 

 

หนังเล่าเรื่องไม่ได้เน้นไปที่ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ไม่ได้หวังให้โรแมนซ์ ไม่ดราม่าจนฟูมฟาย ไม่คอมเมดี้จนขำน้ำตาเล็ด แต่หนังกลับมีส่วนผสมที่ลงตัว เล่าเรื่อยๆในลักษณะกราฟเส้นตรง ขึ้นๆ ลงๆ อย่างเป็นธรรมชาติและมีเสน่ห์ ซึ่งในบทหนังนี้เอง หากใครเป็นแฟนหนังอินดี้ของเต๋อ นวพลก็คงจะชอบมากเพราะเป็นสไตล์ที่เราเคยดูทั้งใน 36, MAry is happy, Mary is happy. คือหนังไม่จบแค่การคลายปมของเรื่องแต่ยังเล่าต่อไปจนถึงจุดที่ค่อนข้างโอเคทั้งตัวละครและคนดู 

ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ  มีการใช้เทคนิคมุมกล้อง ที่ต้องบอกว่าแปลก แหวกแนว เทพและล้ำมากๆ  จังหวะการตัดต่อเป็นไปในแบบนวพลสไตล์ คืออารมณ์กำลังจะมาก็ถูกตัด เพลงกำลังจะบิวท์ก็ถูกแทรกด้วยอย่างอื่น เป็นการตัดอารมณ์แกล้งคนดู ซึ่งส่วนมากจะมาพร้อมกับมุกหัวเราะที่มีจังหวะปล่อยออกมาโดนและไม่พร่ำเพรื่อ เพราะมันไม่ใช่หนังที่จะขายความเป็นคอมเมดี้  ซาวดน์และดนตรีประกอบของเรื่องทำออกมาได้ค่อนข้างเยี่ยมเร้าใจด้วยเสียงกลองโซโล่คล้ายเบิร์ดแมน และ Whiplash ในขณะเดียวกันก็ได้กลิ่นอายของแมรี่ อิส แฮปปี้ เข้ามาผสมอยู่ด้วย เพลงเก๋ๆ ก็มีมาแซมเล็กๆน้อยๆบ้าง แต่โดยรวมหนังเลือกจะใช้เสียงของบรรยากาศและปล่อยให้มันเป็นอารมณ์แบบนั้นโดยไม่ต้องบิวท์อะไรมากมาย 

 

 

อีกหนึ่งความสุดยอดที่ขาดไม่ได้เลยคือ นักแสดงทุกตัวล้วนมีเสน่ห์ โดยเฉพาะยุ่น...ซันนี่ถ่ายทอดความเป็นตัวละครผ่านสีหน้าแววตาและการอ่อนล้าได้อย่างยอดเยี่ยมและนี่ถือว่าเป็นงานแสดงที่ดีที่สุดของเขาในวงการภาพยนตร์เลยก็ว่าได้ ตัวหนังเปิดโอกาสให้ซันนี่ได้ถ่ายทอดความเป็นธรรมชาติของฟรีแลนซ์ได้อย่างสมจริง และแทบไม่น่าเชื่อว่าเขาสามารถสลัดภาพของหนุ่มฮาจากไอฟาย แตงกิ้ว มาเป็นมนุษย์บ้างาน รั่วๆ ซึมๆไม่ต้องการสังคม ส่วนใหม่ ดาวิกา เรื่องนี้เธอถือว่าทำการบ้านมาดีมากเพราะแต่ละคำพูดของเธอเหมือนหมอในโรงพยาบาลรัฐจริงๆ ตั้งแต่การซักประวัติ การพูดคุยกับคนไข้และคำสั่งของหมอที่ต้องเชื่อฟัง นั่นคือคำว่า อย่าเกา นี่สิ คือความเป็นหมอของจริง นอกจากนี้ใหม่ยังต้องโชว์หน้าสดด้วย วี วิโอเล็ต ในบทของเจ๋ ก็เล่นออกมาได้อย่างเป็นกันเองและน่าหลงรักเช่นเดียวกัน โดยรวมแล้วตัวละครของ ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ทุกตัวเล่นออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติและเป็นอีก Cast ที่น่าประทับใจของหนังไทยในปี 2015 

 

 

ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ไม่ใช่หนังแมสทั่วไป ไม่ใช่หนังแนวทางเดิมๆที่ GTH เคยสร้างมา แต่มันก็ไม่ใช่หนังอินดี้ดูยากจนเกินไป โดยรวมแล้วเรามองว่ามันเป็นส่วนผสมที่ลงตัวและตอบโจทย์สมการที่หลายคนตั้งไว้ว่า หนังอินดี้ + ค่ายหนังแมสอย่าง GTH  จะออกมาเป็นอย่างไร มันก็ขึ้นอยู่กับคำตอบที่คนดูจะได้รับหลังจากชมภาพยนตร์ และการเปิดใจให้กว้างของแต่ละคน 

 

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก http://www.majorcineplex.com/news/review-freelance

 

 

 

About us

บริษัท DNA2002 จำกัด(มหาชน) ประกอบธุรกิจประเภทจัดจำหน่าย CD, VCD, MP3, DVD, Blu-Ray ภาพยนตร์และเพลง มีสาขากว่า 400 สาขาทั่วประเทศ ภายใต้แบรนด์ DNA รวมถึงร้านร่วมบริการและใน Lotus Express อีกกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ มีพนักงานที่มีคุณภาพกว่า 800 ชีวิต และพร้อมที่จะเป็นผู้นำทางการตลาดเป็นผู้บริหารร้านค้าปลีกสื่อบันเทิงรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

Location Services

Contact us

Tel : 02-716-2233

Fax : 02-718-7026