In Theaters

6 เหตุผลที่ควรชมความบ้า ฮา แถมบู๊เต็มขั้นของสายลับสุดรั่ว Spy!

6 เหตุผลที่ควรชมความบ้า ฮา แถมบู๊เต็มขั้นของสายลับสุดรั่ว Spy! 2015 02 Jun

เขียนโดย Aye, Ms. You.

 

 

1. เมลิสซ่า แม๊คคาธีย์ คือ เจมส์ บอนด์ เวอร์ชั่นผู้หญิงที่ตุ้ยนุ้ยน่ารักและแกร่งเกินใคร!
 

เมื่อพูดถึงนักแสดงตลกหญิงที่เปี่ยมด้วยคาแรกเตอร์สุดน่ารัก ต้องนึกถึง เมลิสซ่า แม๊คคาร์ธีย์ นักแสดงร่างท้วมที่จัดเต็มลูกเล่นสุดกวนประสาทและตลกเกินใคร โดยเธอโด่งดังจากทีวีซีรีย์ตลก-ดราม่าอย่าง Gilmore Girls (2000) กับบท ซุกกี้ เซนต์ เจมส์ เชฟเพื่อนสุดซี้ตัวป่วนของ ลอเรไลย์ กิลมอร์ ตัวเอกของเรื่อง และบทบาทของ มอลลี่ ฟลินน์ หญิงสาวตัวป่วนจากทีวีซีรีย์ตลกโปกฮาอย่าง Mike & Molly (2010) ด้วย
แล้วความบู๊ล่ะ? เธอจะเป็นสายลับได้หรือไม่?! ไม่ต้องห่วงเลยเพราะเธอเคยผ่านงานแสดงภาพยนตร์ที่ต้องอาศัยการปลอมตัวสุดขั้วอย่าง Identity Thief (2013) ที่เราจะได้เห็นหลากโฉมของแม๊คคาร์ธีย์ที่เสียสติและฮาป่วนจอ แถมด้วยงานบู๊สุดเกรี้ยวกราดปนป่วนประสาทอย่าง The Heat (2013) กำกับโดย พอล ฟีก ที่เธอสวมบทเป็นเจ้าหน้าที่ FBI ลุยไม่ยั้งฝ่าทำลายเจ้าพ่อแก๊งค้ายาประกบแซนดร้า บูลล็อคด้วย รับรองได้เลยว่า Spy หนังสายลับสุดป่วน เราจะเห็น เมลิสซ่า แม๊คคาร์ธีย์ สวมบทเป็น “ซูซาน คูเปอร์” เจมส์ บอนด์ เวอร์ชั่นผู้หญิงที่เตะต่อยปล่อยหมัด แถมมุกฮาไม่ยั้งตลอดทั้งเรื่องแน่นอน!

 

 

2. พอล ฟีก ขึ้นแท่นกำกับ-เขียนบท ดับเบิ้ลความเสียสติสุดตัว!
 

นับเป็นการร่วมงานกันเป็นครั้งที่ 3 แล้วระหว่าง พอล ฟีก ผู้กำกับหนังตลกชื่อดังกับนักแสดงสาวจ้าวเสน่ห์ตะแม่ความฮาอย่าง เมลิสซ่า แม๊คคาร์ธีย์ หลังจากการมาร่วมสนุกสร้างงานสุดหฤหรรษ์ในภาพยนตร์รักตลก Bridemaids (2011) (เรื่องนี้ส่งให้ เมลิสซ่า แม๊คคาร์ธีย์ เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาสมทบหญิงยอดเยี่ยมด้วย) และบู๊ขำกรามค้างอย่าง The Heat (2013) ซึ่งงานนี้ พอล ฟีก ขึ้นแท่นคุมทั้งการกำกับ เขียนบท แถมยังเป็นโปรดิวเซอร์ไปในตัวด้วย เรียกได้ว่า ทุกขั้นตอนอยู่ในสายตาของผู้กำกับที่เปี่ยมอารมณ์ขันและรู้จักนักแสดงนำของเขาที่สุดด้วย โดยการกลับมาร่วมงานกันใน Spy ครั้งนี้ เชื่อได้ว่า ผู้กำกับทีวีซีรี่ย์ออฟฟิศสุดป่วง The Office อย่าง พอล ฟีกจะต้องดึงเอาความสามารถและจุดเด่นทุกอย่างของแม๊คคาร์ธีย์ออกมาเฉิดฉายบนจอเงินได้อย่างดีเยี่ยมแน่นอน

 

 

3. ใครจะรู้ว่า เจสัน สเตแธมจะปล่อยหมัดได้ขำก๊ากค้างเพดานขนาดนี้!
 

เจสัน สเตแธม = ความบู๊เลือดพล่าน มันส์สุดติ่ง รบไม่ยั้ง ฟันไม่หยุด!

กลายเป็นฉลากติดตัวนักแสดงชายมากความสามารถอย่าง เจสัน สเตแธม ไปแล้ว เพราะทุกครั้งที่นึกถึงเขา ภาพของ เดคาร์ด ชอว์จากหนังแอคชั่นความเร็ว Fast And Furious หรือ ลี คริสต์มาส จากแฟรนไชส์หนังรุ่นใหญ่ฆ่าไม่ตายอย่าง The Expendables จะโผล่ขึ้นมาพร้อมกับความร้ายกาจเท่ห์สุดตัวในทันที ทว่าจริงๆแล้ว สเตแธม กลับแจ้งเกิดเป็นที่รู้จักในวงการด้วยหนังอาชญากรรมตลกผลงานของ กาย ริทชี่ อย่าง Lock, Stock and Two Smoking Barrels (1998) และเมื่อสเตแธมโคจรมาเจอกับริทชี่ในหนังอาชญากรรมตลกอย่าง Snatch (2000) อีกครั้ง ซึ่งโด่งดังเป็นพลุแตก ก็ยิ่งพิสูจน์ได้เลยว่า เจสัน สเตแธม สามารถเล่นบทตลกได้! แถมผู้กำกับ พอล ฟิก ยังถูกใจบทบาทและการแสดงของ สเตแธม จาก Crank (2006) ภาพยนตร์ที่หลั่งอะดรีนาลินสุดขีดพ่วงด้วยเสน่ห์ตลกร้ายของสเตแธมด้วย  

 

 

 

4. รวมดารานักแสดงจอมโปรยเสน่ห์ ตบเท้าสร้างความฮาและความมันส์!
 

นอกจากจะได้ตะแม่ความฮาอย่าง แม๊คคาร์ธีย์ มาปะทะตะพ่อตัวบู๊อย่าง สเตทแธม แล้ว พอล ฟีก ยังได้นักแสดงชาวบริติชตาหวานพร้อมโปรยเสน่ห์มาเป็นสายลับต้นเหตุของเรื่องอย่าง จู๊ด ลอว์ (Closer, Sherlock Holmes, Cold Mountainร่วมทีมสร้างความมันส์ ชูโรงความเท่ห์ตามสไตล์หนังสายลับด้วย และไม่ใช่แค่นั้น ตามฉบับหนังสายลับ ก็ต้องมีสาวสวยเซ็กซี่ผิวสีน้ำผึ้งมายั่วกันบ้าง ซึ่งงานนี้ได้ โรส เบิร์น (X-Men, Insidious) มาสวมบท “เรย์น่า โบยานอฟ” นักธุรกิจสาวลูกผู้มีอิทธิพล แท๊คทีมกันสร้างหนังสายลับครบสูตรแต่พลิกด้วยความฮาและป่วงเต็มขั้น! (บอกเลยว่า ยังมีดารานักแสดงอีกเพียบ เตรียมสร้างความเสียสตินับไม่ถ้วน!)

 

 

5. อาวุธลับสุดเด็ดที่เห็นแล้วต้องอึ้ง เอางี้จริงดิ!
 

พูดถึงหนังสายลับ ก็คงหนีไม่พ้นที่จะพูดถึงอาวุธเด็ดที่แฝงกายอยู่ในรูปของของใช้ทั่วไป ซึ่งมันจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้บรรดา “คนธรรมดา” อย่างเราว่า มันจะเจ๋ง จะเท่ห์ขนาดไหนกัน?! ซึ่งเราจะเห็นได้อาวุธเด็ดไม้ตายที่ช่างเข้ากับการปลอมตัวของ “ซูซาน คูเปอร์” สาวร่างตุ้ยนุ้ยอย่างแน่นอน และแต่ละอย่างนั้นคาดไม่ถึงเลยว่า มันสามารถเอามาใช้สร้างความอันตรายและปกป้องตัวเองได้ด้วย ต้องขออุบไว้ก่อนว่าเป็นอะไร เพราะมันเป็นช่วงที่สร้างความป่วง ฮา เสียสติช่วงหนึ่งของหนังได้เลยทีเดียว!

 

 

6. โลเคชั่นสุดงดงาม ฉากหลังของการไล่ล่าจากเหล่า CIA !
 

Spy ภาพยนตร์สายลับสุดรั่วปักหลักถ่ายทำกันที่บูดาเปสต์เมืองหลวงของประเทศฮังการี ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดและสวยงามแห่งหนึ่งทางยุโรป โดย พอล ฟีก ผู้กำกับของเรื่องถึงกับเปลี่ยนฉากหลังของบทภาพยนตร์ จากเดิมที่เป็นปารีส และโรมกลายเป็นที่นี่โดยทันที เพราะว่าเขาตกหลุมรักมันเข้าแล้วอย่างจัง ด้วยทัศนียภาพที่แสนงดงามและมีความเฉพาะตัว ผสานเทคโนโลยีทันสมัยเข้ากับอาคารบ้านเรือนที่ยังคงความเก่าแก่ ให้กลิ่นอายแบบวินเทจ แถมยังมีสถาปัตยกรรมหลากหลายสไตล์ตั้งแต่ยุคเรเนเซองค์ จนกระทั่งอาร์ต นูโวเลยทีเดียว ซึ่งเหมาะที่จะเป็นฉากหลังของการบู๊แอคชั่นระห่ำที่เปี่ยมด้วยภาพอันแสนงดงามเหมาะกับหนังของเขาอย่าง Spyนั่นเอง

แพ๊คกระเป๋า รูดซิปให้พร้อม แล้วเตรียมตัวมันส์พร้อมขำตกเก้าอี้ไปกับสายลับสาวร่างสมบูรณ์อย่าง “ซูซาน คูเปอร์” ที่งานนี้เธอจะจัดการเหล่าร้ายให้อยู่หมัด พร้อมหยุดยั้งอันตรายสุดเหี้ยมก่อนที่มันจะเกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติด้วย สูดหายใจลึกๆแล้วร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับ Spy … สปาย สายลับพยัคฆ์ตัวรั่วสาวคนนี้ได้เลย!

เปิดรอบพิเศษ 30 พ.ค. – 3 มิ.ย. 2558 รอบ 20.00 น. เป็นต้นไป เข้าฉายจริง 4 มิ.ย. ในโรงภาพยนตร์
♦ เช็ครอบและจองตั๋วได้เลยที่นี่
http://www.majorcineplex.com/movie/spy 

 

 

 

ที่มา : http://www.majorcineplex.com/news/spy-6reasons

อึ้ง!! MADMAX การตัดต่อสุดโหดหั่นฟุตเทจจาก400ชั่วโมง เหลือแค่ 110นาที

อึ้ง!! MADMAX การตัดต่อสุดโหดหั่นฟุตเทจจาก400ชั่วโมง เหลือแค่ 110นาที 2015 21 May

 

 

ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ในระยะ 15 ปี “Mad Max: Fury Road” เป็นเพียงแนวคิด และเมื่อการถ่ายทำหนังเรื่องนี้จบลง แนวคิดนี้ก็ได้แปลงร่างเป็นฟุตเทจยาว 400 ชั่วโมง เพื่อเปลี่ยนให้ฟุตเทจนี้กลายเป็นช่วงเวลา 110 นาทีที่เต็มไปด้วยอารมณ์และแอ็คชั่น มิลเลอร์มอบหมายหน้าที่นี้ให้อยู่ในมือของนักตัดต่อที่ร่วมงานกันมานาน มาร์กาเร็ต ซิกเซล เธอเป็นผู้ “ปรับแต่งมิติเวลาและประสานชิ้นส่วนทั้งหมดเข้าด้วยกันเป็นประสบการณ์ชวนดื่มด่ำอันเป็นหนึ่งเดียว” ดังที่เขากล่าวไว้

มิตเชลล์ซึ่งอยู่ตรงนั้นตลอดทุกขั้นตอนกล่าวว่า “มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มาร์กาเร็ตยืนอยู่ข้างจอร์จ และทั้งสองก็ร่วมกันทำสิ่งนี้จนลุล่วงออกมาได้ด้วยคุณภาพเช่นที่เป็นอยู่ เธอทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมพร้อมด้วยทีมงานที่เก่งกาจซึ่งอยู่เบื้องหลัง”

เพื่อแปรสภาพฟุตเทจที่ถ่ายทำมาจากนามิเบียให้เป็นเวสต์แลนด์ตามจินตนาการของเขา มิลเลอร์ได้ร่วมงานกับผู้แต่งสีและพัฒนาภาพ อีริก วิปป์ รวมทั้งผู้บันทึกและมิกซ์เสียง คริส เจนคินส์ และเกร็ก รัดลอฟฟ์ เพื่อสร้างเสียงการปะทะและความกระแทกกระทั้นของสงครามบนท้องถนนขึ้นมา แต่มิติของเสียงภายในหนังจะยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างเต็มที่จนกระทั่งทอม โฮลเคนบอร์ก หรือ จังกี เอ็กซ์แอล โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงผู้เข้าชิงรางวัลแกรมมี ได้เข้ามาร่วมทีม

มิลเลอร์เป็นแฟนดนตรีทดลองของจังกี เอ็กซ์แอลมานานแล้ว แต่เมื่อผู้กำกับรายนี้เชิญเขาให้มาร่วมแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ จังกี เอ็กซ์แอล ก็ตระหนักว่างานของเขาคือการนำมันขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง “เมื่อคุณดูหนัง คุณอยู่ในโลกที่บ้าคลั่ง ดังนั้นผมจึงรู้ว่าดนตรีในหนังเรื่องนี้จะต้องไม่ใช่ดนตรีประกอบหนังแอ็คชั่นทั่วไป” นักแต่งเพลงรายนี้กล่าว “มันจะต้องอลังการน่าเหลือเชื่อเพื่อให้เข้ากับภาพที่ปรากฏ แทบจะเป็นเหมือนโอเปราในแบบโมเดิร์นร็อค”

 

 

เขาสร้างเวสต์แลนด์ให้เป็นรูปเป็นร่างด้วยช่วงเวลาที่ละมุนละไมสงบนิ่งและช่วงเวลาอันเร้าใจของความบ้าระห่ำ ด้วยการใช้เครื่องดนตรีเกือบ 200 ชิ้นเพื่อถักทอเสียงกลองที่ตีกระหน่ำ เครื่องสายที่พลิ้วไหว และเพลงธีมอันยิ่งใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยกีตาร์ไฟฟ้า “ในจังหวะที่คุณจะออกจากโลกอันบ้าคลั่งแล้วกลับมายังความเป็นมนุษย์ของตัวละคร ดนตรีก็จะค่อยๆ ผ่อนให้เหลือน้อยลงเช่นกัน” เขากล่าว “ในฉากเหล่านั้น ผมนำเครื่องเป่าเข้ามาใช้และใช้เครื่องสายเพื่อเป็นตัวขับเคลื่อน ผลลัพธ์ก็คือบทบรรเลงที่ครอบคลุมทั้งเครื่องให้จังหวะอันยิ่งใหญ่โหดเหี้ยมและคณะนักร้องประสาน 80 คน พร้อมด้วยส่วนเครื่องสาย และการออกแบบเสียงดนตรี และทุกๆ อย่างที่อยู่ระหว่างนั้น”

สำหรับมิลเลอร์ ผลลัพธ์ที่ออกมาคือคำตอบอันกระจ่างแจ้ง ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น “ข้อพิสูจน์อันยิ่งใหญ่สำหรับทีมงานทุกคนที่นำเอาสติปัญญาของตนมาใส่ลงไปในงานนี้ ผมดูหนังเรื่องนี้เป็นพันๆ ครั้งกับมาร์กาเร็ต แต่ตอนนี้ผมสามารถนั่งดูมันแบบสบายๆ ได้บ้างแล้วและปล่อยให้เรื่องราวนำพาผมไป”

“การสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมเป็นเป้าหมายของจอร์จมาตลอด และเป็นเหตุผลที่เขาทำงานหนักมากเพื่อทำหนังเรื่องนี้ขึ้นมา และผมก็คิดว่าเขาประสบความสำเร็จ” มิตเชลล์กล่าว

 

" Fury Road ไม่เหมือนอะไรที่ผมเคยดูมาก่อนเลย และผมก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรที่เหมือนหนังเรื่องนี้อีกหรือไม่ในช่วงชีวิตของเรา”

 

 

ที่มา : http://www.majorcineplex.com/news/madmax-footage

 

เผยสาเหตุ ทำไม โลกิ ไม่อยู่ใน Avengers Age of Ultron

เผยสาเหตุ ทำไม โลกิ ไม่อยู่ใน Avengers Age of Ultron 2015 06 May

ผู้กำกับ เผยสาเหตุ ทำไม โลกิ น้องชายธอร์
ไม่อยู่ใน Avengers Age of Ultron 

 

 

หลังจากที่ Avengers Age of Ultron  เข้าฉายอย่างเป็นทางการ หนังกลับสร้างความสงสัยให้กับแฟนมาร์เวล ว่าเหตุใดในภาคนี้ไม่เห็น "โลกิ" น้องชายของเทพเจ้าธอร์มาร่วมในภาคนี้เลยทั้งที่เนื้อหาบางส่วนมีการคาบเกี่ยวกับภาคก่อนและคฑาของเขาก็เป็นชนวนสำคัญในการระเบิดศึกครั้งนี้ด้วย รวมถึงก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า ทอม ฮิดเดิลสตัน ผู้รับบทโลกิ ได้เข้าไปร่วมการถ่ายทำภาพยนตร์ แต่เหตุใดพอหนังตัดออกมาแล้วกลับไม่มีฉากของเขา 

 

 

ล่าสุด จอส วีดอน ผู้กำกับภาพยนตร์ ได้ออกมาเปิดเผยข่าวดังกล่าวอย่างเป็นทางการผ่าน MTV ซึ่งตัวเขายอมรับว่าได้มีการถ่ายฉากของโลกิจริง แต่มันไม่ได้ถูกนำไปไว้ในหนังเพราะเรื่องราวมันเยอะและแน่นมากจนรู้สึกว่ามันล้นเกินไป โดยจอส วีดอน เปรียบว่าการมีเสียงร้องเยอะเกินไปในหมู่คอรัสก็ไม่ใช่สิ่งที่ดี อะไรที่มันดีมากเกินไปบางครั้งมันอาจจะแย่ก็ได้ โดยเขาไม่ได้บอกว่าฉากที่ถ่ายไปแล้วนั้นคืออะไรและจะเข้าไปรวมในแผ่นบลูเรย์ที่จะออกเวอร์ชั่น 3 ชั่วโมงด้วยหรือไม่ พร้อมกับบอกว่ายังมีฉากของฮัลค์และอีกหลายๆคนที่ถูกตัดออกไปนั่นคือสิ่งที่น่าเสียดายมาก   

ทั้งนี้ Avengers Age of Ultron เข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเพียงสัปดาห์เดียว รายได้รวมกว่า191,271,109 ล้านดอลล่าร์สหรัฐแล้ว ในขณะที่ไทย รายได้ทะลุ 200 ล้านบาท ในระยะการฉายเพียง 6 วันเท่านั้น เรียกได้ว่าเปิดตัวยิ่งใหญ่สมการรอคอยของคนทั้งโลกจริงๆ 

 

 

ที่มา : http://www.majorcineplex.com/news/Loki-avengers

Page 5 of 6

About us

บริษัท DNA2002 จำกัด(มหาชน) ประกอบธุรกิจประเภทจัดจำหน่าย CD, VCD, MP3, DVD, Blu-Ray ภาพยนตร์และเพลง มีสาขากว่า 400 สาขาทั่วประเทศ ภายใต้แบรนด์ DNA รวมถึงร้านร่วมบริการและใน Lotus Express อีกกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ มีพนักงานที่มีคุณภาพกว่า 800 ชีวิต และพร้อมที่จะเป็นผู้นำทางการตลาดเป็นผู้บริหารร้านค้าปลีกสื่อบันเทิงรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

Location Services

Contact us

Tel : 02-716-2233

Fax : 02-718-7026